国家

语言

货币


วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) 2026 ปิดฉากความสำเร็จ ตอกย้ำเวทีธุรกิจอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ของเอเชีย

已发布:


undefined

สามวันแห่งการค้นพบ การสร้างเครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจในงานแสดงสินค้าเฉพาะทางด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์ที่สำคัญที่สุดของเอเชีย จัดร่วมกับ VICTAM Asia, GRAPAS Asia และ Horti & Agri Asia

กรุงเทพฯ – งานแสดงสินค้าและการประชุมระดับนานาชาติ วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) 2026 ปิดฉากลงอย่างประสบความสำเร็จ หลังจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–12 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยตลอดระยะเวลา 3 วัน งานได้รวบรวมผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์จากทั่วโลก พร้อมสร้างเวทีสำคัญสำหรับการเจรจาธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมโปรตีนจากสัต

การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นพร้อมกับ VICTAM Asia, GRAPAS Asia และ Horti & Agri Asia ซึ่งทั้งสี่งานร่วมกันต้อนรับผู้เข้าชมรวม 10,639 ราย จาก 73 ประเทศ ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Agrifood Value Chain) เพิ่มขึ้น 23% จากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา

ภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 300 บริษัทจากทั่วโลก ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีบนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 17,000 ตารางเมตร ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและธุรกิจสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย ยังดึงดูดผู้นำในอุตสาหกรรมกว่า 125 ราย เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับนานาชาติสำหรับผู้กำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมโภชนาการและสุขภาพสัตว์

สี่งาน หนึ่งวิสัยทัศน์: พลังของการจัดงานร่วมกัน

ความสำเร็จของการจัดงานในปี 2569 มาจากการผสานพลังของการจัดงานร่วมกันทั้งสี่งาน ซึ่งแต่ละงานมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) ทำหน้าที่เป็นเวทีเฉพาะทางสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นนักโภชนาการอาหารสัตว์ สัตวแพทย์ ผู้ผลิต และผู้ซื้อในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ครอบคลุมสัตว์เศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สัตว์ปีก สุกร สัตว์น้ำ โคเนื้อ และโคนม

ขณะที่ VICTAM Asia นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกด้านการผลิตอาหารสัตว์ การอัดเม็ด และการแปรรูปธัญพืช เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์เทคโนโลยีได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายความร่วมมือทางธุรกิจ

ด้าน GRAPAS Asia มุ่งเน้นเทคโนโลยีการแปรรูปธัญพืชและระบบหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของห่วงโซ่อุปทานธัญพืชในภูมิภาค

ส่วน Horti & Agri Asia เติมเต็มภาพรวมของอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีด้านพืชสวนและเกษตรสมัยใหม่ เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการผลิตพืชและการผลิตสัตว์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต

การจัดงานร่วมกันทั้งสี่งานทำให้ผู้เข้าชมสามารถเดินชมพื้นที่จัดแสดงที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวก พร้อมเข้าถึงโซลูชัน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรม

เวทีระดับโลกที่หยั่งรากในเอเชีย

หนึ่งในจุดเด่นของงานในปีนี้คือการมีส่วนร่วมจากนานาประเทศ โดยเฉพาะ พาวิลเลียนจากประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติที่มีต่อเวทีธุรกิจด้านอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ในภูมิภาคเอเชีย

นาตาชา ฮอลล์ (Natasha Hall) รองประธาน VIV Worldwide กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มและพลังของอุตสาหกรรมโดยรวม การเข้าร่วมของพาวิลเลียนจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสองตลาดที่มีนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างรวดเร็วในเอเชีย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติที่มีต่อเวทีนี้ และย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือข้ามพรมแดนในการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม”

นอกจากนี้ สถาบันวิจัยและองค์กรชั้นนำระดับโลกยังเข้าร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ภายในงาน อาทิ องค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organisation for Animal Health), BIOTEC, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Asian Federation of Biotechnology โดยนำเสนอประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม ตั้งแต่นวัตกรรมการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โปรตีนทางเลือก ระบบฟาร์มดิจิทัล ไปจนถึงกลยุทธ์รับมือกับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ

เวทีสัมมนาเข้มข้น ตอบโจทย์อุตสาหกรรม

โปรแกรมสัมมนาภายในงานถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ โดยครอบคลุมหัวข้อเกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สัตว์ปีก สัตว์น้ำ โค และสุกร ภายใต้ธีม “Shaping the Future of Animal Feed and Health through Sustainability & Innovation” งานสัมมนาได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 73 คน จาก 34 หัวข้อการบรรยาย ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การจัดการการดื้อยาปฏิชีวนะ โภชนาการแม่นยำ ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และนวัตกรรมสารเสริมอาหารสัตว์ยุคใหม่

หลายหัวข้อได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงาน โดยสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการสำหรับโรงงานอาหารสัตว์และเกษตรกร (ThaiSAN) แนวทางการผลิตกุ้งอย่างยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (BIOTEC) การผสานโภชนาการและความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มสัตว์น้ำ (TAVA) รวมถึงการบรรยายจาก กรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับแนวทางลดการใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และการเปิดตัวนวัตกรรม Lignofeed จาก Innovabiotics เนื้อหาที่เข้มข้นและหลากหลายของโปรแกรมสัมมนา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย ในการนำเสนอองค์ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมโปรตีนจากสัตว์ของเอเชีย

แพลตฟอร์มสำคัญของอุตสาหกรรมในทุกสองปี

การจัดงานในปี 2569 ยังตอกย้ำบทบาทของ วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) ในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจที่จัดขึ้นทุกสองปี ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่ออุตสาหกรรมในช่วงระหว่างรอบการจัดงาน VIV Asia

ยารูน วาน ฮูฟ (Jeroen van Hooff) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริษัท Royal Dutch Jaarbeurs และ VNU Group กล่าวว่า “ตลอดสามวันที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้เพียงแค่เข้าร่วมงานแสดงสินค้า แต่ยังได้เดินสำรวจพื้นที่จัดแสดง พบปะคู่ค้าทางธุรกิจ และค้นหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจของตน การตัดสินใจของผู้เข้าร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ การจัดซื้อวัตถุดิบ หรือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมโปรตีนจากสัตว์”

งาน วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย 2028 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 มีนาคม 2571 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.healthandnutrition.viv.net

VRITIMES. Inc

联系

Connect

 
 

© 2026 VRITIMES. Inc Powered By KEEPITAL